ในยุคที่เราต่างก็บูชาความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกันอย่างมิลืมหูลืมตานี้ บ่อยครั้งที่เราก็ปล่อยให้เทคโนโลยีลักลอบเข้ามาทำลายความสงบเดิมๆของชีวิตเราอย่างอุกอาจ และที่ร้ายกาจคือ มันมักอยู่ในรูปแบบของเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่เราพบเห็นกันดุจดังผักในซุปเปอร์ฯ กว่าเราจะรู้ตัว เราก็ตกเป็นสนามอารมณ์ของเครื่องมือเหล่านั้นไปแล้ว

และนี่คือตัวอย่างเล็กๆน้อยๆของประดิษฐกรรมที่นำมาซึ่งการบ่อนทำลายชีวิตคนสมัยใหม่

 

1. เครื่องตอกบัตร

ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนประดิษฐ์นาฬิกาปลุกแบบเสียบกระดาษได้อันนี้ แต่มันได้กลายสภาพเป็นเทพเจ้าแห่งเวลาของเหล่ามนุษย์เงินเดือน หรือกลุ่มบุคคลผู้มีชีวิตแขวนอยู่กับเสียงออดทำลายโสตประสาท เครื่องตอกบัตรได้เป็นผู้กำหนดเวลาการทำงานให้กับมนุษย์มายาวนาน และน่าจะปรบมือให้มันในฐานะที่ได้ทำให้มนุษย์เขยิบเข้าใกล้ความเป็นหุ่นยนต์ขึ้นไปอีกระดับ

 

2. เครื่องตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ

คิดว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหากับการโทรเข้าไปยังบริษัทสักแห่งหนึ่ง แล้วได้เสียงเย็นเยียบไร้ชีวิตประมาณว่า "ถ้าต้องการติดต่อแผนก A กด 1 ติดต่อแผนก B กด 2 ... หรือถ้าต้องการติดต่อโอเปอเรเตอร์ กด 0" ในกรณีที่คุณโชคดี คุณอาจได้กดต่อไปอีกสักสองสามเลขแล้วก็ได้คุยกับคนสักคนหนึ่ง แต่ถ้าโชคร้ายหน่อย ก็อาจมีคนรับสายแบบส่งๆ แล้วก็บอกให้ถือสายรอ ให้คุณนั่งฟังเพลงซิมโฟนีของโมสาร์ทไปประมาณสิบกว่านาที ที่จบลงด้วยเสียงสายหลุด แล้วไอ้เครื่องตอบรับนี่มันจะมีไว้ทำไมกัน?

 

3. ระบบ Help and support ของวินโดวส์

เป็นความซวยเหนือซวยของผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ที่เวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาแล้ว เมื่อหาทางแก้ไขก็มักเกิดปัญหาตามมาอีก หรือไม่ก็พบว่าระบบมันไม่ช่วยอะไรเลย เช่นคำสั่ง help and support ที่ออกแบบมาดูหรูหราไฮโซ แต่เมื่อต้องการค้นหาจริงๆ กลับส่ง result ที่ไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่นัก แถมเมื่อคอมฯเกิดปัญหาอะไร ตัวคำสั่งนี้เหมือนจะเสนอตัวช่วยด้วยการให้เรา check โน่น check นี่ แล้วจบลงด้วยการที่มันก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไง เวรกำ!

 

4. โทรโข่งแบบอัดเสียงพูดได้

เดิมทีโทรโข่งก็เป็นเครื่องมือก่อการร้ายทางความเสียงได้ดีพออยู่แล้ว แต่ด้วยมันสมองอันเฉียบแหลมบวกกับความขี้เกียจพูดของมนุษย์ ได้ทำให้โทรโข่งสามารถอัดเสียงที่เราพูดในหนึ่งครั้ง แล้วกระจายมันออกได้เป็นร้อยๆครั้ง ก่อความรำคาญในแบบย้ำคิดย้ำทำได้หลายเท่า ที่ผมเคยเจอคือประโยคที่ว่า "เพื่อความปลอดภัย กรุณาเดินบนทางเท้า ขอบคุณครับๆๆๆๆ" ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้วยเสียงแบบหุ่นยนต์และประโยคที่กรอกลับซ้ำไปซ้ำมา ทำให้ผมเหมือนจะกลายเป็นโรคจิตเภท

 

5. ระบบเรดาห์รอบรถยนต์

ใครที่มีรถเก๋งแบบเลิศๆเชิดๆหน่อย อาจมีฟังก์ชั่นสิ้นคิดที่ทางผู้ผลิตเต็มใจแถมมาให้ นั่นคือระบบเรดาห์รอบรถยนต์ (มันไม่รู้เรียกว่าอะไร ผมขอเรียกอย่างนี้ละกัน) สิ่งที่มันอำนวยให้เราคือการร้องเตือนเมื่อรถของเราจะไปปะทะกับอะไร หรือมีอะไรจะเข้ามาปะทะกับเรา เดิมทีมันถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการถอยหลังเข้าซอง แต่กลายเป็นว่าแม้แต่จักรยานเฉียดใกล้มันก็ร้องเหมือนไก่จะถูกเชือด ไอ้คนที่ประสาทเสียน่ะคือคนในรถ ส่วนไอ้คนที่จะมาชนน่ะมันไม่ได้รู้เรื่องอะไรหรอก แล้วอันที่จริงผมก็ไม่รู้ว่ามันจะมีไว้ทำไม เพราะถ้ารถมันจะเข้ามาชน ต่อให้ร้องเตือนจนหูแตก มันก็โดนชนอยู่ดี

 

เหล่านี้คือตัวอย่างของสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้ชีวิตของเรายุ่งเหยิงโดยไม่จำเป็น แต่จะว่าไปเราก็คงหลีกเลี่ยงการดำรงชีวิตโดยปราศจากมันไปเลยก็คงไม่พ้น ที่ผมว่าเราพอทำใด้ คือการใช้สิ่งประดิษฐ์ที่วิเศษที่สุดที่เราคิดขึ้นมา คือ "สวิตช์" ในการเปิด-ปิด แล้วแต่กาลเทศะที่เราต้องการ น่าจะเป็นการดีที่สุด

ขอให้มีความสุขในยุคแห่งเทคโนโลยีครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Hot!

อ่านแล้วฮาค่ะ เห็นด้วยๆ บั่นทอนจริงๆ แต่มนุษย์เดี๋ยวนี้ก็ชินกับของพวกนี้แล้วนี่นาsad smile
ขำอย่างแรง อันสุดท้ายแอบยังไม่เคยเจอ แต่ที่บ้านเป็นแบบ ปิ๊บๆตอนถอย ซึ่งใช้ดีแหะ (ทำให้สกิลเราด้อยไปเรย แต่มิเป็นไร...)เบอร์สองนี่สุดๆ ยิ่งโทรข้ามรัฐแล้วต้องรอสายนะ ฮู้ย สุดยอด ปานจะเลือดไหลซิบๆประมาณว่าเงินหลุดมาตามเลือด แหม่

#2 By songsage on 2007-12-19 21:10

ไอ้อันที่สามนี่ เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
มีไว้ทำไมก้อไม่รู้ ไม่ได้ช่วยอย่างแรง

#3 By Chocolate Emotion on 2007-12-19 21:37

เห็นด้วยเกือบหมด ยกเว้นอันที่ 3 ครับ
Help ของ Microsoft ไม่ว่าจะเป็น window office ถือเป้นต้นแบบวงการ software ในการทำ help เพื่อให้คนใช้งานได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง และเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง ที่ทำให้มีคนใช้ window เกือบทั่วโลก

สำหรับบ้านเรา ช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มี help ภาษาไทย หนังสือคอมฯ ที่เกี่ยวกับ window มาจากการแปลตัวนี้เกือบหมด เลยครับ และสำหรับบางคนที่รู้จักใช help กลายเป็นอาจารย์ด้านคอมฯ ไปก็เยอะครับ

นานาจิตตัง้Hot!

#4 By Widget on 2007-12-19 22:03

ชอบเบอร์4

เพราะเคยเอามาเล่น กร๊ากกกกกcry

#5 By Tang-May on 2007-12-19 22:36

เห้นด้วยกับ 4 ครับ สติปัญญาเราบั่นทอนไปมากจนไม่สามารถเข้าใจ help ของวินโดวส์ได้ ยึดติดกับการแก้ปัญหาแบบสำเร็จรูป step by step จนจะง่อยกันไปหมดแล้ว ทำอะไรต่อไปก็สเต็บ....... สรุป มาย แม็พ ปิ้ง ไม่ช่วยอะไรเลย - -sad smile

#6 By หมีขั้วโลก™ on 2007-12-19 23:23

อันแรกนี่โดนใจสุดๆ เคยมั้ยเดินไปอีกสามเก้า มันทำเสียงครึ่กๆ(เปลี่ยนหมึก)แล้วร้องตี๊ดๆๆๆๆๆ...สุดเซ็งcry

#8 By (125.25.210.104) on 2008-07-10 17:17