หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า "วิกฤตการณ์วัยกลางคน" (Midlife crisis) ซึ่งเป็นภาวะการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆในคนอายุประมาณ 41-60 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันจนอาจปรับตัวไม่ทัน 

เช่น การเกษียณอายุทำงาน การที่ลูกๆมีครอบครัวแล้วแยกบ้านออกไป หรือปัญหาสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคิดว่าเราหลายคนคงจะเห็นจากผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านมาบ้าง แต่ผมคิดว่าในเมืองไทยมีคนที่เป็นวิกฤตวัยกลางคนไม่มากเท่าประเทศทางตะวันตก เพราะโครงสร้างทางครอบครัวของคนไทยเรากับของต่างประเทศนั้นยังต่างกันอยู่ในหลายด้าน

แต่เมื่อไม่นานมานี้ เราอาจได้ยินอีกคำศัพท์หนึ่งที่น่าจะโดนกับพวกเราๆท่านๆ คือคำว่า "วิกฤตการณ์หนึ่งในสี่ของชีวิต" (Quarter-life crisis) คำๆนี้เป็นการกล่าวถึงคนในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น คืออายุประมาณ 21-29 ปี ซึ่งเมื่อผมลองได้อ่านดูคร่าวๆ จากข้อมูลในวิกิพีเดีย (http://en.wikipedia.org/wiki/Quarter-life_crisis) ผมก็รู้สึกว่า อาการของวิกฤตนี้ไม่น่าจะอยู่เพียงแค่ในสังคมตะวันตก แต่รวมถึงสังคมชาวตะวันออกและในคนไทยด้วย ในญี่ปุ่นเองก็มีคำเฉพาะที่กล่างถึงคนกลุ่มนี้ คือ ฟุริตะ (furita) หรือฟรีเตอร์ (freeter)

ลักษณะของคนที่ตกอยู่ในวิกฤตหนึ่งในสี่ของชีวิต มักจะมีลักษณะอย่างนี้ครับ (ลองเช็คตัวเองดูก็ได้นะครับ)

 

  • ความรู้สึกสับสนในอัตลักษณ์ (identity) ของตัวเอง
  • ความรู้สึกไม่พึงพอใจในงานที่ตัวเองทำ หรืออยากเปลี่ยนงานอยู่เรื่อยๆ เพราะคิดว่างานที่ตัวเองทำอยู่นั้น "ไม่ดีพอ" กับความรู้ความสามารถที่ตนได้ร่ำเรียนมา โดยเฉพาะคนที่จบมาในสายที่การสมัครงานจำเป็นต้องใช้ประสบการณ์การทำงาน 
  • ความตึงเครียดจากภาวะการแข่งขันในการทำงาน เนื่องจากในแต่ละปีมีผู้จบการศึกษามาก จึงมักต้องมีการแข่งขันกันตั้งแต่การสมัครงานจนไปถึงการพยายามไม่ให้เป็น "ผู้แพ้" ในสายตาคนอื่น
  • ความรู้สึกไม่มั่นคงในอนาคต เช่น หน้าที่การงาน ความสัมพันธ์กับผู้อื่น เป้าหมายในชีวิต ฯลฯ
  • ความเครียดทางด้านการเงินและค่าครองชีพ
  • การสูญเสียความใกล้ชิดกับเพื่อนในสมัยเรียน และความรู้สึกโหยหาอดีต (nostalgia) 
  • ความรู้สึกเบื่อหน่ายสังคม และความเปล่าเปลี่ยว
  • มีแนวโน้มที่จะมีความเห็นที่รุนแรง และไม่รับฟังผู้อื่น
  • มีความรู้สึกอยากจะ"ทบทวน"ความสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่เรื่อยๆ (เช่น "ตกลงเรายังเป็นแฟนกันอยู่หรือเปล่า")
ประเด็นนึงที่ผมรู้สึกสนใจ คืออะไรที่ทำให้เกิดวิกฤตนี้ขึ้นมาได้ อาจเป็นเพราะระบบการศึกษาที่บ่มเพาะคนให้อยู่ใน"โลกมายา"มากเกินไปหรือเปล่า จนเมื่อออกมาอยู่ใน"โลกความจริง"จึงไม่สามารถปรับตัวได้ หรืออาจเป็นเพราะภาวะทางเศรษฐกิจที่ผลักดันคนรุ่นใหม่ไร้เดียงสาให้เผชิญกับการแข่งขันกันยิ่งกว่าเรียลลิตี้โชว์ 
ผลกระทบของวิกฤตการณ์หนึ่งในสี่ของชีวิตนี้ได้เริ่มแสดงออกมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่น่าจะเรียกได้ว่ามีสภาพของสังคมเมืองที่เป็นสูตรสำเร็จในการทำให้เกิดวิกฤตนี้ บัณฑิตจบใหม่บางคนเลือกที่จะเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในบ้าน เพื่อหลีกหนีการแข่งขันกับผู้อื่น บางคนไม่พยายามที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับใคร เพื่อเลี่ยงที่จะถูกเปรียบเทียบ ในกรณีที่รุนแรง อาจทำให้คนๆนั้นหมกตัวอยู่แต่ใน"อาณาเขตส่วนตัว"โดยแทบไม่ออกไปหาใครเลยแม้แต่พ่อแม่ที่อยู่ในบ้านตัวเอง อาการนี้ในญี่ปุ่นเรียกว่า "ฮิคิโคโมริ" (Hikikomori เรียกเล่นๆว่า ฮิกกี้) ซึ่งกลายเป็นพฤติกรรมที่ควรจับตามองในทางจิตเวช
หันมามองบ้านเมืองเรา ผมยังรู้สึกโล่งใจที่เพื่อนๆที่ผมรู้จักหลายคนก็ไม่ได้มีวิกฤตนี้เท่าใดนัก บางคนแม้จะทำงานหนัก แต่เมื่อได้คุยกัน เจ้าตัวก็ยังบอกว่าเขาพอใจกับงานที่เขาทำดี ผมเองก็หวังว่าวิกฤตชีวิตนี้คงไม่รุนแรงในบ้านเรานัก
เราต่างก็มีวิกฤตชีวิตกันทั้งนั้น วิกฤตในช่วงวัยรุ่น วิกฤตในช่วงวัยทำงาน จนวิกฤตในบั้นปลายชีวิต น่าจะเรียกได้ว่าชีวิตเราประกอบด้วยการเรียงซ้อนกันของวิกฤตการณ์ต่างๆนานา ที่ยากจะผ่านพ้น
แต่ผมเชื่อว่า วิกฤตนั้นเองที่ทำให้เรารู้สึกถึงความมีชีวิต 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยกับประโยคสุดท้าย
.
ส่วนQuarter-life crisis
ขอรอพิสูจน์แล้วกัน
ผมล่อไปแล้ว 7 ข้อ...
แต่ผมยังเอ๊าะอยู่เลยยย Hot!

#2 By c vane on 2008-04-19 16:31

ของงี้ต้องบ่มเพาะภูมิคุ้มกัน เอาไว้คับsad smile

#3 By rokjitjung on 2008-04-20 01:02

เป็นแบบไม่สมบูรณ์มั้งครับ ^^''
ผมมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคนี้นะครับ


วันๆผมไม่ได้ออกจากบ้านเลย

sad smile

#5 By D û D e ` z on 2008-04-20 01:21

ถ้าเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสได้

เราก็อาจจะเรียกมันว่า "โอกาสช่วงหนึ่งในสี่ของชีวิต" ก็ได้นะครับ

โอกาสที่จะได้ทำความรู้จักตัวเองมากขึ้นไง big smile
มันเป็น growing pain ชนิดหนึ่ง เมื่อช่วงชีวิตวัยเด็ก วัยรุ่น วัยเรียนผ่านไป ต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเองเป็นครั้งแรก ก็เกิดความไม่แน่ใจและหวนหาอดีตเป็นธรรมดา ใครที่เคยรับผิดชอบตัวเองมาก่อน และได้เคยสัมผัสกับชีวิตจริงมาบ้าง พูดง่ายๆ ว่าเคย "ทุกข์" มาก่อนหน้านี้แล้ว ก็มักจะเผชิญชีวิตช่วงนี้ได้อย่างฉลาดกว่า และผ่านไปได้ดีกว่า

#7 By RAE (203.156.22.159) on 2008-04-20 01:54

เหมือนอาการซึมเศร้า + วิตกจริต

อาการแบบนั้นมันอาการผม !!

น่าเป็นห่วง หวังว่าทุกคนจะมีสุขภาพจิตที่ดีนะครับ !!

#8 By iMase on 2008-04-20 02:09

ตรงหลายข้อเลยน่อ เพิ่งรู้่ว่ามี quarter-life ด้วย นึกว่ามีแต่ mid-life เลยกังวลว่า mid-life ของเรามาเร็วกว่าชาวบ้านหรือเปล่า อ่านแล้วสบายใจขึ้น ขอบคุณที่เอาเรื่องดีๆ มาบอกครับ
big smile
โดนไปหลายข้อเลยแฮะ sad smile

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะครับ confused smile

#10 By SkyKiD on 2008-04-20 08:07

เคยเจอวิกฤติเหมือนกันหลายรอบแล้วล่ะ รอบหน้าคงเกี่ยวกะรุ่นลูกแล้วquestion

#11 By 2spot studio on 2008-04-20 11:05

เริ่มมีบางข้อแล้ว
อย่างน้อยเอนทรีนี้ก็ช่วยให้ได้รู้ทันจิตใจตัวเองมากขึ้น
confused smile

#12 By marukogg on 2008-04-20 11:23

โอย โดนไปเกือบทุกข้อเล้ยsad smile

#13 By คนธรรมดา on 2008-04-20 12:25

ตกลงว่ามันเป็นเรื่องปกติใช่มั๊ยคะ...เพราะโดนไปหลายข้อ...แต่นี่หละชีวิต...เหมือนประโยคสุดท้าย

สู้ ๆ ค่ะ ทุกคน ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป

#14 By m on 2008-04-20 12:35

ประโยคสุดท้ายโดนมาก!!cry

คนเรามีเวลาให้ตัวเองน้อยเกินไปปัญหานี้จึงเกิดขึ้นมาสินะHot!

#15 By greateve2b on 2008-04-20 12:54

ยิ่งแก่ตัวก็ยิ่ง น่ากลัว!!

#16 By sebin_เซบิน on 2008-04-20 14:19

มังงะหรืออนิเมะจากญี่ปุ่นสะท้อนความคิดในลิสต์ได้เกือบทุกข้อ

ภายใต้อิทธิพลของสื่อ มันอาจทำให้คนไทยเข้าใจและมีแนวโน้มจะมีความคิดแบบนั้นได้มากขึ้น

เข้าใจครับ

#17 By देवता on 2008-04-21 11:39

เอ่อ แบบว่ารุ้สุกอัปลักษณ์

#18 By fangkhaow on 2008-04-24 22:27

เคยคิดบ่อยๆเหมือนกัน
หน้าที่ต่างๆของตัวเองในหลายบทบาทฐานะ
สิ่งที่ตัวเองเลือก ทำ หรือเป็นอยู่
เหนื่อยเหนื่อยและท้อแท้บ้างในบางหนแต่ไม่เคยเก็บมาหมกมุ่นจนไม่กล้าเผชิญกับโลกภายนอก

เราเองก็ยังอยู่ในวัยเริ่มชีวิตเหมือนกันนะเนี่ย

#19 By kolasz (161.200.255.162) on 2008-04-29 18:32